กรรมสิบสองแบบ ทำไมผลของความดีจึงมาไม่พร้อมกัน
ร้านชำของเราเปิดมาสิบเอ็ดปี
ตาชั่งเที่ยงตรงทุกกรัม ของหมดอายุคัดออกทุกเช้า ใครมาซื้อของแล้วเงินขาดนิดหน่อย เราก็ให้ติดไว้ก่อนได้ ไม่เคยทวงแรง
เดือนที่แล้วขาดทุนเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน
ร้านฝั่งตรงข้ามเป็นของเจ๊แดง ขายของคล้าย ๆ กัน แต่เจ๊แดงชั่งของแบบหลอกตาบ่อย ๆ เอาของใกล้หมดอายุมาแปะป้ายใหม่ก็มี คนแถวนี้รู้กันแต่ก็ยังไปซื้อ เพราะราคาถูกกว่า
อาทิตย์ก่อน เจ๊แดงถูกลอตเตอรี่รางวัลที่สอง
คนทั้งซอยไปแสดงความยินดี มีคนเอาพวงมาลัยไปคล้องคอถึงหน้าร้าน
คืนนั้นเรานอนไม่หลับ ไม่ได้คิดเรื่องเงินในบัญชีอย่างเดียว
แฟนเรานอนอยู่ข้าง ๆ ถามขึ้นมาว่า "ยังไม่หลับอีกเหรอ"
"เปล่า คิดเรื่องร้าน"
"คิดเรื่องร้าน หรือคิดเรื่องเจ๊แดง"
เราเงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็ยอมรับว่าใช่ทั้งสองอย่าง
ถ้าให้พูดตรง ๆ สิ่งที่กวนใจเราไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี
แต่เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาเอง ว่าถ้าซื่อสัตย์แล้วต้องขาดทุน กับโกงแล้วถูกหวย มันควรจะเป็นแบบนี้จริงหรือ
เรารู้สึกเหมือนมีคนสองคนอยู่ในหัว คนหนึ่งบอกว่าให้ทำดีต่อไป
อีกคนหนึ่งกระซิบว่าทำดีไปทำไม ในเมื่อโลกนี้ไม่ได้ตอบแทนตามนั้น
ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเราใจร้ายหรือหวังร้ายใคร
มันแค่เป็นความเจ็บของคนที่พยายามอยู่ถูกทาง แล้วมองไม่เห็นว่าทางนั้นพาไปไหน
กรรมไม่ได้ทำงานเหมือนเครื่องคิดเลข
พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่าทำดีแล้วต้องได้ดีทันที ในแบบที่กดปุ่มแล้วเงินออกมาเลย
ท่านสอนเรื่องกรรมไว้ละเอียดกว่านั้นมาก ในพระอภิธรรมท่านจำแนกกรรมไว้ถึงสิบสองแบบ แบ่งตามเวลาที่ให้ผล แบ่งตามหน้าที่ของมัน และแบ่งตามน้ำหนักว่าอันไหนจะให้ผลก่อนหลัง
เหตุผลที่ท่านต้องแยกละเอียดขนาดนี้ เพราะกรรมของคนคนหนึ่งไม่ได้มีอันเดียว
เรามีกรรมเก่าที่ทำมานาน มีกรรมที่เพิ่งทำเมื่อวาน มีกรรมที่ทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย ทั้งหมดนี้กองอยู่ด้วยกัน แล้วแย่งกันให้ผลตามจังหวะของมันเอง
ท่านตรัสไว้ในจูฬกัมมวิภังคสูตร ตอนที่มาณพหนุ่มคนหนึ่งถามว่าทำไมคนเราถึงเกิดมาไม่เหมือนกัน บางคนอายุสั้น บางคนอายุยืน บางคนยากจน บางคนร่ำรวย
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นทายาท มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต
คำว่า "จำแนก" ในที่นี้สำคัญ ท่านไม่ได้บอกว่ากรรมให้ผลพร้อมกันหมด แต่บอกว่ากรรมจำแนกแยกแยะ คนละจังหวะ คนละแบบ
และอีกที่หนึ่งท่านพูดสั้น ๆ แต่คมมากว่า
เรากล่าวว่า เจตนา คือกรรม
เจตนาคือสิ่งที่อยู่ในใจตอนทำ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ออกมาข้างนอก
เจ๊แดงถูกหวย ไม่ได้แปลว่าการหลอกลวงของเจ๊แดงกลายเป็นกรรมดี มันแค่หมายความว่ากรรมอีกอันหนึ่งที่เจ๊แดงเคยทำไว้ กำลังถึงคิวของมัน
สวนหลังบ้านที่ปลูกพืชไม่พร้อมกัน
ลองนึกถึงสวนหลังบ้านของใครสักคนที่ปลูกของหลายอย่างพร้อมกัน
มะละกอที่ปลูกไว้ ไม่ถึงปีก็ออกลูกให้เก็บกิน
มะม่วงที่ปลูกพร้อมกัน ต้องรอสามสี่ปีถึงจะเริ่มออกดอก
ส่วนต้นสักที่ปลูกไว้มุมสวน อาจต้องรอเป็นสิบปีกว่าจะโตพอให้ตัดขาย บางทีคนปลูกเองยังไม่ทันได้เห็น
ทั้งสามต้นถูกปลูกวันเดียวกัน รดน้ำด้วยมือเดียวกัน แต่ให้ผลไม่พร้อมกันเลย
ถ้าคนที่ปลูกมะละกอมายืนมองต้นสักแล้วบ่นว่าทำไมมันไม่ออกผลสักที เขาก็แค่ลืมไปว่าต้นสักไม่เคยสัญญาว่าจะออกผลปีนี้
กรรมของเราก็แบบนั้น
บางกรรมเป็นพันธุ์เร็ว ให้ผลในชาตินี้เอง บางกรรมเป็นพันธุ์กลาง รอชาติหน้า บางกรรมเป็นพันธุ์ช้า รอไปอีกหลายชาติกว่าจะถึงเวลา
และบางกรรมก็หมดอายุไปเฉย ๆ เหมือนเมล็ดที่ไม่เคยงอก ท่านเรียกว่ากรรมที่เลิกให้ผลแล้ว
เจ๊แดงอาจกำลังเก็บผลของต้นมะละกอต้นหนึ่งที่ปลูกไว้นานแล้วในเรื่องอื่น ส่วนต้นสักของเจ๊แดงที่มาจากการโกงลูกค้า ยังไม่ถึงเวลาของมันเท่านั้นเอง
เมื่อกรรมในตัวเรามีมากกว่าหนึ่งแบบ
ท่านแบ่งกรรมสิบสองแบบนี้ออกเป็นสามหมวดใหญ่ หมวดละสี่แบบ
หมวดแรกแบ่งตามเวลาที่ให้ผล
มีกรรมที่ให้ผลในชาตินี้เลย เหมือนมะละกอที่โตเร็ว มีกรรมที่รอไปให้ผลในชาติหน้า และมีกรรมที่รอไปอีกหลายชาติจนกว่าจะถึงคิว
ส่วนกรรมแบบสุดท้ายในหมวดนี้คือกรรมที่หมดอายุไปแล้ว ไม่ให้ผลอีกต่อไป เหมือนเมล็ดที่แห้งไปเฉย ๆ ก่อนจะได้งอก
หมวดที่สองแบ่งตามหน้าที่ของกรรม
มีกรรมที่ทำหน้าที่แต่งให้เราเกิดมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่ต้น ทั้งหน้าตา ฐานะ ครอบครัวที่เกิดมา
มีกรรมที่ทำหน้าที่หนุนเสริมสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นหรือแย่ลง
มีกรรมที่ทำหน้าที่บีบคั้นแทรกเข้ามากลางทาง อย่างจู่ ๆ ก็เจ็บป่วยทั้งที่ไม่เคยเป็น
และมีกรรมที่ทำหน้าที่ตัดรอนเปลี่ยนทิศทางไปเลย อย่างอุบัติเหตุที่พลิกชีวิตในวันเดียว
หมวดที่สามแบ่งตามน้ำหนักและลำดับการให้ผลก่อนหลัง
มีกรรมหนักที่ให้ผลก่อนเสมอไม่ว่าจะดีหรือร้าย และมีกรรมที่ทำจนเป็นนิสัย ทำซ้ำ ๆ ทุกวันจนกลายเป็นตัวตน
มีกรรมที่ทำตอนใจกำลังจดจ่อ อย่างช่วงเวลาสุดท้ายก่อนหลับก่อนตาย
และมีกรรมเล็ก ๆ ที่ทำไปแบบไม่ตั้งใจนัก ทำไปเฉย ๆ โดยไม่มีเจตนาหนักแน่น ท่านเรียกกรรมกลุ่มนี้ว่ากรรมสักแต่ว่าทำ ให้ผลก็ต่อเมื่อไม่มีกรรมกลุ่มอื่นมาแทรกก่อน
สิบสองแบบนี้ไม่ได้อยู่แยกกันคนละที่ มันกองซ้อนกันอยู่ในตัวเราคนเดียวทั้งหมด
เจ๊แดงก็มีกรรมสิบสองแบบซ้อนกันอยู่เหมือนกัน ลอตเตอรี่ที่ถูกอาจเป็นกรรมหนุนเสริมจากอดีตที่เคยทำบุญไว้มาก ส่วนการโกงลูกค้าตอนนี้ ก็กำลังรอคิวของมันอยู่ในกองกรรมที่ทำจนเป็นนิสัย
กลับมาที่ร้านชำพรุ่งนี้เช้า
รู้เรื่องกรรมสิบสองแบบแล้ว คำถามคือพรุ่งนี้เช้าตอนเปิดร้าน เราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง
สิ่งที่พอทำได้จริง ๆ คือแยกให้ออกระหว่างส่วนที่เราคุมได้กับส่วนที่คุมไม่ได้
เราคุมได้แค่ตาชั่งที่เที่ยงตรงของเราเอง ส่วนว่าเจ๊แดงจะถูกหวยอีกกี่รอบ หรือร้านเราจะขาดทุนไปอีกกี่เดือน เรื่องนั้นอยู่นอกมือเรา
การชั่งของให้เที่ยงตรงต่อไปทั้งที่ยังขาดทุนอยู่ ไม่ใช่ความโง่ มันคือการปลูกต้นไม้ต่อ โดยไม่ต้องรอดูว่ามันจะออกผลเมื่อไหร่
พอแยกตรงนี้ออกได้ เรื่องต่อมาที่สังเกตง่ายขึ้นคือจังหวะที่เจตนาเกิดขึ้นในใจ
ก่อนจะพูดอะไรแรง ๆ ใส่ลูกค้าที่ต่อราคาจนเราหงุดหงิด จะมีเสี้ยววินาทีที่เจตนากำลังจะออกจากใจ ถ้าจับเสี้ยวนั้นทัน เราเลือกได้ว่าจะปล่อยคำพูดแบบไหนออกไป
เพราะสิ่งที่ท่านบอกไว้ชัดว่ากรรมคือเจตนา ไม่ใช่ผลลัพธ์ปลายทาง
แล้วก็มีเรื่องของความสม่ำเสมอ
กรรมที่ให้ผลหนักที่สุดในหมวดที่สามไม่ใช่กรรมที่ทำครั้งเดียวแรง ๆ แต่เป็นกรรมที่ทำซ้ำจนกลายเป็นนิสัย
การซื่อสัตย์วันเดียวไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก แต่การซื่อสัตย์ทุกวันเป็นเวลาสิบเอ็ดปีแบบที่เราทำมา กำลังกลายเป็นกองกรรมที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ในตัวเรา แม้จะยังมองไม่เห็นผลตอนนี้
อีกจุดหนึ่งที่ทำได้ทุกคืนก่อนนอน คือลองสังเกตว่าใจของเราตอนหลับตาเป็นแบบไหน
ถ้าใจเต็มไปด้วยความอิจฉาเจ๊แดง กับความน้อยใจโชคชะตา คืนนั้นเราก็กำลังหว่านเมล็ดพันธุ์อีกแบบหนึ่งเพิ่มเข้าไปในกองกรรมของตัวเอง โดยไม่รู้ตัว
การหายใจยาว ๆ สักสิบครั้งก่อนหลับ ไม่ได้ทำให้ร้านกลับมากำไรพรุ่งนี้ แต่ทำให้เมล็ดพันธุ์ที่เราหว่านคืนนี้ เป็นพันธุ์ที่เราเลือกเองจริง ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ร้านก็เปิดตามเวลาเดิม
เช้านั้นเราตื่นมาเปิดร้านเหมือนทุกวัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเป็นพิเศษ
ตาชั่งยังอยู่ที่เดิม ของหมดอายุก็ยังถูกคัดออกเหมือนเดิม
ฝั่งตรงข้าม เจ๊แดงกำลังเลี้ยงขนมคนที่มาแสดงความยินดีเรื่องหวยกันคึกคัก เสียงหัวเราะดังมาถึงร้านเรา
ข้างแคชเชียร์มีกล่องเล็ก ๆ ใบหนึ่ง ไว้ให้ลูกค้าหยอดเศษเหรียญบริจาคเข้าวัดตอนไม่อยากรับเงินทอนจุกจิกคืน เราตั้งไว้นานแล้วจนลืมไปว่ามันอยู่ตรงนั้น
เช้านี้มีลูกค้าคนหนึ่งหยอดเหรียญสองบาทลงไป แล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร
เราไม่รู้หรอกว่าเหรียญสองบาทนั้นจะไปให้ผลตอนไหน ชาตินี้หรือชาติไหน
แต่ก็หยิบผ้ามาเช็ดกล่องนั้นให้สะอาดขึ้นอีกนิด แล้วหันไปชั่งของให้ลูกค้าคนต่อไป
