ลูกติดพนัน จะช่วยเขาอย่างไรไม่ให้เราจมไปด้วยกัน
โทรศัพท์ดังตอนตีสอง
เราสะดุ้งตื่นเพราะคิดว่าต้องมีเรื่องด่วน มือคว้าโทรศัพท์แทบไม่ทัน ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายแปลกหน้า พูดสุภาพแต่แข็ง ถามหาลูกชายเรา บอกว่าให้โอนเงินก้อนหนึ่งมาก่อนเที่ยงคืนพรุ่งนี้ ไม่งั้นจะมาที่บ้าน
เราวางสาย มือสั่น เดินไปเคาะประตูห้องลูก
ห้องเงียบ แต่ไฟใต้ประตูยังสว่าง เขานั่งอยู่กับโทรศัพท์ ตาแดงก่ำ หน้าจอมีตัวเลขวิ่งขึ้นวิ่งลง สีแดงสลับเขียวเร็วมาก
เขาเงยหน้ามองเรา ไม่พูดอะไร แค่ปิดจอ
คืนนั้นเราไม่ได้นอน นั่งนึกย้อนไปว่ามันเริ่มจากตรงไหน เกมในมือถือตอนม.ปลาย หรือครั้งแรกที่เขาขอยืมเงินแล้วเราให้ไปโดยไม่ถามอะไร หรือจริง ๆ มันเริ่มมานานกว่านั้น แล้วเราแค่ไม่เห็น
พอเช้ามา เราถามเขาตรง ๆ เขาสารภาพหมด บอกตัวเลขหนี้ที่ทำให้เราต้องนั่งลงกับพื้น บอกว่าเขาก็อยากเลิก แต่ทุกครั้งที่เสียก็คิดว่าแทงอีกไม้เดียวจะได้คืน
หลังจากคืนนั้น ชีวิตเราเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว เราเริ่มนอนไม่หลับก่อนเขากลับบ้านทุกคืน เริ่มมองโทรศัพท์เขาแวบหนึ่งเวลาเดินผ่าน เริ่มฟังเสียงประตูรถทุกคันที่จอดหน้าบ้านว่าใช่รถของเขาไหม
เราไม่เคยคิดว่าจะกลายเป็นแม่หรือพ่อแบบนี้ คอยจับตาลูกตัวเองเหมือนเป็นคนแปลกหน้า
ความรู้สึกที่ไม่มีใครถามเรา
คนที่มาถามไถ่เราหลังจากนั้น มักถามว่าลูกเป็นยังไงบ้าง หนี้เท่าไหร่ จะจ่ายให้เขาไหม
ไม่มีใครถามว่าคืนนี้เรานอนหลับหรือเปล่า
ความรู้สึกที่พองขึ้นมาในอกเราตอนตีสองไม่ใช่แค่ความห่วง มันมีความอายปนอยู่ด้วย อายที่ต้องบอกญาติว่าทำไมหนี้ก้อนนี้ถึงเกิดขึ้น อายที่คนอื่นอาจจะคิดว่าเราเลี้ยงลูกยังไง
มีความโกรธปนอยู่ด้วย โกรธที่เขาโกหกเรามาเป็นปี โกรธที่เขาเอาเงินที่เราเก็บไว้รักษาตัวยามแก่ไปละลายในแอปพนัน
และลึกที่สุด มีคำถามที่เราไม่กล้าพูดออกมาดัง ๆ คือเราทำอะไรผิดหรือเปล่า เราตามใจเขามากไปไหม เราทำงานหนักจนไม่มีเวลาคุยกับเขาหรือเปล่า
คำถามพวกนี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่มันวนอยู่ในหัวเราทุกคืน หนักกว่านั้นคือ พอเราเริ่มคิดถึงตัวเลขหนี้ เราก็ลืมไปเลยว่าเมื่อสิบปีก่อน เด็กคนนี้เคยวิ่งมากอดขาเราตอนเย็นทุกวัน
บางวันเราเห็นเพื่อนบ้านโพสต์รูปลูกเขาเรียนจบ ได้งานดี แต่งงาน เราก็อดเทียบไม่ได้ว่าทำไมบ้านเราถึงเป็นแบบนี้ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าการเทียบแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มันแค่ทำให้เราเจ็บซ้ำอีกชั้นหนึ่ง
เราเป็นแม่หรือพ่อของเขาคนเดียวกับที่เคยกอดขาเรา ไม่ได้เป็นแค่คนที่ต้องจัดการหนี้ก้อนนี้ แต่พอทุกข์มันหนักเข้า สองอย่างนี้เริ่มปนกันจนแยกไม่ออก
เขาต้องเดินทางของเขาเอง
มีคืนหนึ่งที่เรานั่งคิดว่า ถ้าเราจ่ายหนี้ให้เขาหมดตอนนี้ ทุกอย่างจะจบไหม
แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งในใจถามกลับว่า ถ้าจ่ายแล้วเขาเลิกเล่นจริงไหม หรือแค่เริ่มนับหนึ่งใหม่
สิ่งที่เราอยากได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ให้หนี้หมดไป แต่อยากให้เขาเป็นคนเดิมที่เราเคยรู้จัก อยากให้เขาเปลี่ยนกลับมาเดี๋ยวนี้ อยากมากจนบางคืนเรานั่งวางแผนคำพูดที่จะไปเปลี่ยนใจเขาให้ได้ ทั้งที่รู้อยู่ลึก ๆ ว่าไม่มีคำพูดไหนไปเปลี่ยนใจใครแทนเขาได้จริง ๆ ความอยากให้เขาเปลี่ยนนี่แหละที่ทำให้เราทุกข์หนักพอ ๆ กับที่เป็นห่วงเขา
ธรรมบทมีพุทธพจน์บทหนึ่งที่แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า
ตนทำชั่วเอง ตนก็เศร้าหมองเอง ตนไม่ทำชั่ว ตนก็บริสุทธิ์เอง ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคน คนหนึ่งจะไปชำระอีกคนหนึ่งให้สะอาดแทนกันไม่ได้
อ่านครั้งแรกอาจจะรู้สึกแข็งไปหน่อยสำหรับคืนที่ใจเราเปราะอยู่แล้ว แต่ลองอ่านช้า ๆ อีกรอบ ท่านไม่ได้บอกให้เราทิ้งเขา ท่านบอกแค่ว่าการเลิกพนันเป็นการกระทำ และการกระทำเป็นของคนที่ทำ
เราซื้อความสงบใจให้เขาไม่ได้ เหมือนเราซื้อสมาธิให้เขาไม่ได้ เราจ่ายหนี้แทนเขาได้ แต่เราจ่ายความอยากเลิกแทนเขาไม่ได้
พุทธพจน์อีกบทหนึ่งที่คนไทยได้ยินกันบ่อยจนอาจลืมความหมายไปแล้ว คือ
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
หลายคนอ่านประโยคนี้แล้วนึกถึงตัวเอง ว่าต้องพึ่งตัวเองให้ได้ แต่ในคืนแบบนี้ ประโยคเดียวกันแปลกลับด้านมาเตือนเราว่า ลูกของเราก็ต้องเป็นที่พึ่งของตัวเขาเองเช่นกัน เราเป็นที่พึ่งแทนเขาตลอดไปไม่ได้ ไม่ว่าเราจะรักเขามากแค่ไหน
นี่ไม่ใช่เรื่องของการปล่อยมือ เป็นเรื่องของการรู้ว่ามือของเราไปถึงตรงไหนได้จริง
เรือที่รั่ว กับคนวิดน้ำทั้งคืน
ลองนึกภาพเรือหาปลาลำหนึ่ง มีรูรั่วอยู่ที่ท้องเรือ
น้ำซึมเข้ามาทีละน้อย คนบนเรือคนหนึ่งเอากะละมังวิดน้ำออกทั้งคืน วิดแล้ววิดอีก แขนล้า หลังปวด แต่ไม่กล้าหยุด เพราะกลัวเรือจม
ปัญหาคือรูรั่วยังอยู่ที่เดิม ไม่มีใครไปอุด
คนวิดน้ำอาจวิดได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ วิดได้เร็วขึ้น อดทนได้นานขึ้น แต่ตราบใดที่รูรั่วยังเปิดอยู่ น้ำก็จะไหลเข้ามาเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม แล้ววันหนึ่งคนวิดน้ำจะหมดแรงก่อนที่เรือจะจม
การจ่ายหนี้พนันให้ลูกซ้ำ ๆ โดยที่รูรั่วคือใจที่ยังอยากเล่นไม่ได้ถูกแตะเลย ก็เหมือนวิดน้ำออกจากเรือลำนั้น เราอาจจะรู้สึกว่ากำลังช่วย เพราะเรือไม่จมทันที แต่ที่จริงเรากำลังยืดเวลาไว้เฉย ๆ ส่วนแรงของเราลดลงทุกวัน
คนที่อุดรูรั่วได้มีคนเดียว คือคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น
หน้าที่ของเราอาจไม่ใช่การวิดน้ำแทนเขาตลอดไป แต่เป็นการอยู่บนเรือลำเดียวกับเขา ส่งกะละมังให้ ชี้ให้เห็นรูรั่ว และเชื่อว่าถ้าเขายังอยากรอด เขาจะลงมืออุดมันเองสักวัน
และมีอีกเรื่องที่คนวิดน้ำมักลืม คือถ้าคนวิดน้ำจมไปพร้อมเรือ ก็ไม่มีใครเหลืออยู่ช่วยดึงใครขึ้นฝั่งได้อีก การที่เรายังต้องกินข้าว ยังต้องนอน ยังต้องมีแรงไปทำงานเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นการรักษาเรือลำเดียวที่เหลืออยู่ไว้ให้ลอยน้ำต่อไปได้
สิ่งที่พอทำได้ในวันที่ยังรักเขาอยู่
ก่อนอื่นเลย ลองแยกในใจให้ออกก่อนว่า การรักเขากับการจ่ายหนี้ให้เขาไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เราจะยังรักเขาได้เต็มร้อยแม้ในวันที่เราตัดสินใจไม่โอนเงินให้ครั้งนี้ ลองถามตัวเองทุกครั้งก่อนโอนเงินว่า เงินก้อนนี้กำลังช่วยให้เขาหยุด หรือกำลังช่วยให้เขาเล่นต่อได้อีกรอบ ถ้าคำตอบคือแบบหลัง อาจต้องหายใจลึก ๆ แล้วบอกเขาตรง ๆ ว่าครั้งนี้เราไม่ไหว ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะจ่ายไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น
เรื่องที่สองคือเรื่องจังหวะการพูดคุย อย่าคุยเรื่องนี้ตอนที่โทรศัพท์เพิ่งดังตอนตีสอง หรือตอนที่เราเพิ่งรู้ตัวเลขหนี้ใหม่ ๆ เพราะตอนนั้นคำพูดของเรามักออกมาเป็นการต่อว่ามากกว่าการคุย ลองเลือกช่วงเช้าที่บ้านสงบ นั่งลงตรง ๆ กับเขา แล้วพูดในสิ่งที่เรารู้สึกจริง ๆ ไม่ใช่พูดในสิ่งที่อยากให้เขากลัว บอกเขาว่าเราเห็นเขาเหนื่อย เราเห็นเขาพยายามเลิกแล้วเลิกไม่ได้ นั่นสำคัญกว่าการซ้ำเติมว่าเขาทำเราเสียใจแค่ไหน เพราะเรื่องนั้นเขารู้อยู่แล้ว
เรื่องที่สามคือใจของเราเอง ในคืนที่คิดวนเรื่องหนี้จนนอนไม่หลับ ลองวางมือไว้บนหน้าอก รู้สึกถึงลมหายใจที่เข้าออก ไม่ต้องบังคับให้คิดเรื่องลูกหายไป แค่รู้ว่าตอนนี้เรากำลังหายใจอยู่ ทำสักสิบครั้ง ความคิดจะแทรกกลับมาเรื่อย ๆ ไม่เป็นไร พาใจกลับมาที่ลมหายใจใหม่ทุกครั้ง นี่ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการเก็บแรงของเราไว้ให้พอสำหรับวันพรุ่งนี้ที่ยังต้องเผชิญเรื่องนี้ต่อ คืนไหนที่ทำแล้วยังนอนไม่หลับ ก็แค่ลุกขึ้นมานั่งเงียบ ๆ สักพัก ไม่ต้องฝืนตัวเองให้หลับให้ได้ในทันที
เรื่องสุดท้ายที่มักถูกมองข้าม คือเราไม่จำเป็นต้องแบกเรื่องนี้อยู่คนเดียวในบ้าน มีคนที่ทำงานเรื่องนี้โดยตรงและเข้าใจว่าครอบครัวแบบเราต้องเจออะไรบ้าง อย่างสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่รับฟังได้ทั้งเรื่องของลูกและเรื่องของใจเราเอง การโทรหาใครสักคนที่เข้าใจเรื่องการติดพนันจริง ๆ ไม่ได้แปลว่าเราทำไม่ไหว มันแปลว่าเรารู้ว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีใครควรแบกอยู่คนเดียว
ถ้าจะจำอะไรกลับไปจากคืนนี้สักอย่าง ลองจำสามอย่างนี้พอ
- หนี้ที่จ่ายไปโดยไม่แตะรูรั่ว ไม่ได้ช่วยให้เรือลอย มันแค่ยืดเวลาไว้
- ก่อนโอนเงินทุกครั้ง ถามตัวเองว่ากำลังช่วยให้เขาหยุด หรือช่วยให้เขาเล่นต่อ
- เราแบกเรื่องนี้คนเดียวไม่ไหวก็ได้ มีคนที่พร้อมช่วยแบกอยู่จริง ๆ
คืนพรุ่งนี้เขาอาจยังไม่เปลี่ยน
ถ้าคืนนี้เราคุยกับเขาแล้วเขายังไม่รับปาก ยังไม่สัญญาว่าจะเลิก ก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เราทำวันนี้สูญเปล่า
เมล็ดพันธุ์บางเมล็ดใช้เวลานานกว่าที่เราอยากให้ใช้ เราแค่ไม่รู้ว่าเมล็ดนั้นจะงอกในวันไหน
สิ่งที่เราทำได้แน่ ๆ ในคืนนี้ คือยังเป็นตัวเราที่ยังหายใจได้เต็มปอด ยังมีแรงพอจะยืนอยู่ตรงนี้ในวันที่เขาพร้อมจะเดินกลับมาจริง ๆ
ไม่ใช่คนที่ล้มลงไปก่อนเขาเสียอีก
พรุ่งนี้เช้า แดดจะขึ้นเหมือนทุกวัน บ้านหลังนี้จะยังมีเราอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าเขาจะพร้อมกลับมาวันไหนก็ตาม
